ความทุกข์ของคนรวย
คนที่ร่ำรวยในโลกนี้ ส่วนใหญ่มักจะแลกมาด้วย
"ความสูญเสีย" หลายอย่างในชีวิต จนถึงขั้นต้องโหยหากันเลยทีเดียว
เช่นเรื่องราวของผู้บริหารระดับสูงของ ไมโครซอฟท์นายคริส ปีเตอร์ส รองประธานฝ่ายไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งรับผิดชอบดูแลพนักงานพัฒนาซอฟท์แวร์ด้านนี้กว่า 400 คน ทำรายได้ให้แก่ไมโครซอฟท์เมื่อปีที่แล้ว 4,0000 ล้านดอลลาร์ หรือ 148,000 ล้านบาท เพิ่งทำเพื่อนร่วมงานตกอกตกใจไปหมดเมื่อเขาลาออกไปหัดอาชีพใหม่ เป็นนักโบว์ลิ่งอาชีพแทนขาย ซอฟท์แวร์
คริส ปีเตอร์ส อายุเพิ่งจะ 41 ปี ทุ่มเททำงานกับไมโครซอฟท์มา 16 ปี ทำให้เขาร่ำรวยเป็นเศรษฐีมีเงินกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แต่เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งในชีวิต แม้กระทั้งสุขภาพและครอบครัวของเขา
ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆในไมดครซอฟท์ก็มีบทสรุปเช่นเดียวกับคริส เหน็ดเหนื่อยกับเส้นตายที่เข้มงวดของบริษัท สับสนกับการบริหารงานแบบเจ้าขุนมูลนายที่ติดมากับการเติบโตแบบระเบิดเถิดเทิงของไมโครซอฟท์
แม้แต่ บิล เกตส์ เมื่อปีที่แล้ว ก็เริ่มรีไทร์ตัวเองลงโดยการลดเวลาทำงานลง และแต่งตั้ง สตีฟ บอลเมอร์ ขึ้นเป็นประธานกรรมการบริหารแทน ทั้งไที่ตัวเองพึ่งจะมีอายุ 43 และหันไปทำงานด้านมูลนิธิการกุศลมากยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตกับครอบครัวมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ นาธาน มายห์โวลด์ วัย 39 หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีที่ บิล เกตส์ รักมากที่สุด ก็ขอลาพักอย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อไปขุดกระดูกไดโนเสาร์ ตกปลาแก้บ้า
บางทีเงินทองและความร่ำรวยก็ใช่ว่าจะทำให้คนมีความสุขเสมอไป ไปเดินท่อมๆขุดกระดูกไดโนเสาร์ นั่งตกปลา ทอยโบว์ลิ่ง ชีวิตยังมีความสุขมากกว่า


No comments:
Post a Comment