"การเดินทาง"
ทำไมวันนี้บนท้องฟ้ามีดาวมากมาย
และสวยกว่าทุกวันที่ผมได้มายืนมอง และหากจะสวยกว่านี้
คงจะต้องมีเธอคนนั้นมายืนอยู่กับผมด้วย หมู่ดาวบนท้องฟ้าคงจะส่องแสงสุกสว่าง แต่วันนี้ผมคงมาดูดาวคนเดียวที่นี้เป็นวันสุดท้าย
และคงจะไม่ได้มาดูอีกแล้ว เพราะผมเก็บการเดินทางที่ผมเดินจากวันนั้นจนถึงวันนี้ไว้ในความทรงจำ
และคงจะฝากไว้กับหมู่ดาว สายน้ำที่ไหลอย่างเงียบสงบริมแม่น้ำเจ้าพระยา
การเดินทางของผมเริ่มขึ้นจากวันนั้น.....
ในวันเปิดเรียนของโรงเรียน มีคนมากหน้าหลายตามีคนแปลกหน้าแปลกตามากมายที่ผมไม่รู้จัก
เพราะผมเพิ่มย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ ในวันนั้นเป็นวันที่ปฐมนิเทศน์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1 นักเรียนทุกคนจะต้องไปพบคุณครูประจำชั้นก่อน และคุณครูจะพานักเรียนไปหอประชุมเพื่อนั่งเป็นระดับชั้น
ผมเป็นคนแปลกถิ่นของที่นี้ เพราะผมเป็นหนุ่มชาวเหนือ แต่ผมต้องย้ายตามพ่อกับแม่ของผมมาค้าขายที่นี้
จ. นครสวรรค์ ผมจึงตื่นเต้นกับโรงเรียนใหม่และเพื่อนใหม่ ปกติผมเป็นเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร
จึงทำให้ไม่มีใครเข้าคุยกับผม แต่ผมก็ไม่แคร์อะไร เพราะผมคิดว่าวันนี้เป็นวันแรก
เดี๋ยวก็รู้จักกันไปเอง ผมจึงเลือกที่นั่งเกือบหลังห้อง ข้างๆผมเป็นนายอะไรไม่รู้
ผมยังไม่เห็นหน้าของเขา เพราะเขายังไม่ขึ้นมาบนห้อง ผมจึงนั่งคนเดียวไปจนกระทั่งถึงตอนที่คุณครูให้แนะนำตัวเองให้กับเพื่อนข้่างๆ
เพราะต่างคนก็เป็นนักเรียนใหม่กัน ผมไม่ได้แนะนำตัวให้ใคร ไม่ใช่ผมหยิ่งแต่ความจริงแล้วก็ไม่มีใครมาถามชื่อผมนี่
สักพักผมก็คิดว่าผมตาฝาดไป \\"แม่เจ้าโว้ย
คนอะไรน่ารักปานนางฟ้า\\"ผมคิดในใจ ในระหว่างนั้นเธอกำลังเดินเข้ามาหาที่ันั่ง
ข้างหลังของผมมีที่ว่างอยู่ แต่สำหรับเธอแล้วเป็นคนน่ารักไม่ควรจะไม่นั่งหลังสุด ผมจึงเอากระเป๋าของนายที่จองไว้ข้างๆผมและโยนไปไว้ตรงที่นั่งข้างหลัง
เท่านั้นก็เรียบร้อย ทั้งห้องจึงเหลือที่ว่างข้างๆผมที่เดียว เมื่อเธอเห็นที่ว่างข้างๆผมเธอจึงเดินเข้ามาแล้วถามว่า...
"ขอโทษนะนาย ตรงเนี่ยมีใครนั่งหรือป่าว\\"
ผมก็ตอบว่า \\\"ไม่มีครับ\\"
เธอก็ไม่รีรอนั่งลงข้างผม และหันมายิ้มให้ผมพร้อมกับถามชื่อ แต่ผมไม่ได้ยินเพราะผมกำลังคิดว่า\\"คนอะไรน่ารักปานนางฟ้า มีเขี้ยวเสน่ห์ด้วยแฮะ เสียงใสๆน่ารักจัง
แุถมหน้ายังขาวอมชมพูตลอดเวลาเลย\\\" เธอจึงถามผมอีกรอบ
ผมตกใจมากจึงรีบตอบว่า\"เพิ่งเข้ามาใหม่ครับ\"
เธอหัวเราะและบอกว่า \"เมื่อตะกี้เราถามนายว่านายชื่ออะไร\"
ผมยิ้มอย่างเขินแล้วจึงตอบเธอไปว่า\"ผมชื่อหนุ่ยครับ\\\"
เธอก็แนะนำชื่อเธอให้ผม พร้อมกับประวัติของเธอเล็กน้อย
ผมจึงรู้ว่าเธอชื่อ แตงกวา จากนั้นเธอก็ถามผมว่าผมย้ายมาจากโรงเรียนอะไร
ผมจึงตอบไปว่า \"ผมมาย้ายมาจากเชียงราย\"
เธอก็ยิ้มให้ และยังบอกผมอีกว่า ถ้าอยากให้เธอพาไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดนครสวรรค์ให้บอกเธอ
เดี๋ยวเธอจะพาไป ผมก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่หน้าแดงเท่านั้นเอง สรุปว่าวันนั้นที่ผมไปโรงเรียนผมก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่เพียงคนเดียวก็คือแตงกวานั่นเอง
แตงกวาก็รู้จักเพื่อนใหม่เพียงคนเดียวก็คือผมนั่นแหละครับ
จากวันนั้นเราก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก
จนถึงขั้นโดนเพื่อนๆในห้องล้อว่าเราเป็นแฟนกัน แต่ผมกับแตงกวาก็ไม่ได้ถืออะไร เพราะถือว่าล้อไปเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นเอง
แต่แตงกวาคงไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของผมนั้นชอบเธอตั้งแต่วันแรกแล้ว ผมก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีึประเภทเข้าขั้นคนหนึ่งเหมือนกัน
เพราะในเวลาที่ผมไปไหนมาไหนกับแตงกวา รุ่นพี่ที่ชอบหลายคนจะมองแตงกวาในสายตาที่เรียกว่าอิจฉากันทุึกคน
แต่แตงกวาเองก็ไม่น้อยหน้าผมเหมือนกัน เพราะพวกรุ่นพี่ม.ปลาย และเพื่อนชายในห้องหลายๆคนก็ชอบแตงกวาไปมากไม่แพ้กับผม
จนวันนั้นมีเรื่องที่ผมจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต เพราะในวันนั้นแตงกวาลืมเอาเงินค่าขนมมา
เธออยากกินอะไรผมก็ซื้อให้ แต่ในตอนเย็นแตงกวาบ่นว่าหิวน้ำ
ผมคิดว่าจะไปซื้อเธอกับผม แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าเหลือน้ำอยู่แก้วเดียว
ตอนเองผมก็หิวน้ำ แตงกวาก็หิวน้ำ ผมก็ซื้อไปให้แตงกวา แต่เธอบอกว่า
ก็กินแก้วเดียวกันจะเป็นไรไป เธอจึงเดินไปหยิบหลอดมา 2 หลอดแล้วผมกินแก้วเีดียวกัน
เผอิญรุ่นพี่ที่ชอบแตงกวาเดินผ่านมา เห็นดังนั้นก็มากระชากคอเสื้อผมแล้วขู่ผมว่า
\\\"มึงห้ามยุ่งกับแตงกวานะโว้ย คนนี้กูจอง\\\" แต่พรรคพวกของเขาไม่ฟัง วิ่งเข้ามาต่อยผมที่ท้อง 1 ที
ด้วยความเป็นคนไม่ยอมใคร ก็สวนกลับไป ทำให้รุ่นพี่ต่างเข้ามารุมผม
เพื่อนผมที่เห็นเหตุการณ์ประมาณ 7-8 คน ก็วิ่งเข้ามาช่วย
ปรากฏว่าทุกคนสะบักสะบอมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผมรู้สึกหนักกว่าคนอื่น ตลอดเวลาที่เราเดินกลับบ้านเลือดของผมไหลไม่หยุด
แตงกวาจึงเอาผ้าเช็ดหน้าของเธอมาเช็ดเลือดให้ และทำปฐมพยาบาลให้ผม จากนั้นเธอก็ชวนผมไปนั่งที่ริมน้ำเจ้าพระยาไปดูดาวกัน
เธอบอกกับผมว่าทุกวันที่เธอว่างเธอจะมานั่งดูดาวที่นี้คนเดียวเสมอๆ ผมจึงถามเธอว่าแล้วแฟนเธอล่ะ
เธอบอกว่าเธอยังไม่มีแฟน ผมดีใจมากที่ได้ยินคำนี้ แล้วเธอก็ถามเรื่องของผม
ผมก็ตอบเหมือนเธอ แต่เธอทำท่าเหมือนจะไม่เชื่อ จากนั้นเธอก็ไปซื้อไอติมมากิน เธอบอกว่าร้านนี้เป็นร้านที่อร่อยที่สุดในนครสวรรค์เลย
โดยเฉพาะไอติมรสสตอเบอร์รี่ ซึ่งเธอชอบมาก
จากนั้นเธอก็บอกให้ผมหันหน้าไปทางแม่น้ำ
แล้วหลับตา จากนั้นเธอก็กระโดดขี่หลังผม และบอกให้ผมพาแบกเธอกลับบ้าน ตลอดการเดินกลับหลายคนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นก็คงอิจฉาเป็นแถวๆกับความน่ารักของนักเรียนม.ต้น2คน และเราก็มาดูดาวอย่างนี้ทุกวันที่เราว่างตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
จนกระทั่งใกล้จะจบม. 3 ผมกับเธอก็บอกว่าจะเรียนต่อ ม.4-6ที่โรงเรียนเดิม เราจึงไม่เครียสมากจึงติวหนังสือกันเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะหัวดี
แต่สำหรับเธอแล้วก็พอไปวัดไปวาได้ หากเปรียบเทียบกับความน่ารักของเธอแล้ว ผลการเรียนของเธอย่อมไม่ใช่อุปสรรคเลย
ในที่สุดเมื่อผลการสอบคัดเลือกห้องออกมาผมรีบตื่นแต่เช้าไปดูประกาศ ปรากฏว่าเธอได้เรียนสายศิลป์ภาษาแต่ผมติดสายวิทย์-คณิต
ผมจึงขออาจารย์ย้ายไปเรียนสายศิลป์ภาษา ทำให้่อาจารย์แปลกใจมาก เพราะจากความใฝ่ฝันแล้วผมอยากเรียนแพทย์
แต่การที่ผมเลือกศิลป์ภาษาตามแตงกวานั้นเพราะอยากอยู่ใกล้เธออีก 3 ปี ดังนั้นอนาคตกับแตงกวาผมขอเลือกแตงกวา เมื่อขึ้น ม.4 เธอยิ่งน่ารักขึ้น จากที่ไว้ผมสั้นโรงเรียนก็อนญาตให้ไว้ผมยาวได้
เธอก็มัดผมรวบ ผมของเธอสวยมากเหมือนกับผมของนางแบบโฆษณายาสระผม
เรายังคงนั่งด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ติวข้อสอบด้วยกัน
และไปดูดาวด้วยกันจนกระทั่งถึงม.6 แตงกวาอยากจะทำงานเป็นไกด์
แต่สำหรับผมแล้วผมอยากเรียนทางด้านการทูต แต่ผมก็ยังเลือกตามแตงกวาอยู่ดี
เราไปสอบที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ผมติวข้อสอบให้เธอ และทุกครั้งที่เธอไม่เข้าใจ
เธอก็จะยิ้มทำให้ผมนึกวันแรกที่เราได้เจอกัน เพราะรอยยิ้มของเธอยังเหมือนเดิม
ในการสอบ Ent เธอบอกผมว่าเธอจะทำให้เต็มที่ ผมก็พยายามจะทำให้เต็มที่เหมือนกัน
เมื่อผลออกมาผมก็ไปดูกับเธอปรากฏว่ามีชื่อของผมอยู่ต้นๆ แต่ผมหาชื่อเธอไม่เจอ ผมหาใหม่อีกครั้งแต่ก็ไม่เจอ
เธอเสียใจมาก ผมบอกเธอว่าไม่คิดมาก ปีหน้าเราจะ Ent ใหม่ด้วยกันนะ
แต่สักสองอาทิตย์ต่อมาเพื่อนของเธอมาหาเธอที่บ้านและบอกว่าเธอ Ent ติด ผมกับเธอดีใจมาก และคิดว่าเราคงจะเปิดดูไม่ดี
ทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาไปอีก 1 ปี เราเรียนมหาวิทยาลัยกันมาจนกระทั่งปี
3 ท็อปลูกชายนักการเมืองได้มาชอบแตงกวา และมาตีสนิทกับผมพยายามตามตื้อแตงกวาทำให้ท็อปกลายเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของแตงกวา
ส่วนตัวผม ท็อปก็เป็นเพื่อนรัก และมีฐานะดีกว่าผม ผมจึงอยากให้แตงกวาเจอคนที่ดีๆ เหมาะสมกับเธอ
ผมจึงออกห่างจากเธอ พยายามหลบหน้าเธอ เธอก็โทรมาหาผม พยายามติดต่อ จนในที่สุดเมื่อขึ้นปี
4 เราไม่ค่อยจะเจอกัน และมีข่าวลือมาว่าแตงกวากับท็อปเป็นแฟนกัน
ผมจึงอยากไปเป็นตัวขว้างกั้นความรักของเพื่อน
ในวันนั้นผมเจอแตงกวา เธอตามผมมาและถามว่าผมหลบหน้าเธอทำไม
ผมไม่ตอบเธอ แต่ผมบอกเธอว่า ผมสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ ผมคงอีก 2 เดือนข้างหน้า และขอให้แตงกวากับท็อปโชคดี
เธอร้องไห้แล้วอ้อนวอนไม่ให้ผมไปเรียนต่างประเทศ แต่ผมก็ยืนยันความคิดเดิมของผมอยู่ดี
จนกระทั่งอีก 1 สัปดาห์ถึงเวลาที่ผมจะต้องไป ผมได้ทำแหวนให้เธอวงหนึ่งและคิดว่าจะไปให้เธอที่ริมน้ำ
ในตอนเช้าผมก็รีบไปหาเธอที่มหาวิทยาลัย ผมบอกให้เธอไปหาที่ริมน้ำตอน 1 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาเดิมที่เธอได้พาผมมาที่ริมน้ำเป็นครั้งแรก
แต่เผอิญวันนั้นผมหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ 3 ทุ่มแล้ว
ผมรีบไปหาเธอที่ริมน้ำ ปรากฏว่าผมเห็นท็อปเดินมาก่อนหน้าผมไปกี่ก้าว ไม่กี่วินาที ผมจึงทำไม่เห็นแต่ก็มองสองคนอยุ่ห่าง
เธอบอกท็อปว่าเธอรอผมอยู่ แต่ผมก็ไม่ออกไปหาเธอ เธอรอผมไปจนเที่ยงคืน ผมไม่ออกมา
เธอเริ่มร้องไห้ ในช่วงตอนนั้นเองท็อปก็ได้ขอเธอแต่งงาน และบอกว่าชอบเธอมานานแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ให้คำตอบกับท็อป
เธอได้ีร้องไห้ และรอผมจนกระทั่งตี 2 เธอก็กลับบ้าน จากนั้นผมก็ไปเรียนที่ต่างประเทศโดยไม่บอกให้เธอรู้่เมื่อครบ
2 เดือนผมกลับมาเมืองไทย และคิดว่าถ้ากลับไปต่างประเทศคราวนี้ก็คงไม่กลับมาเมืองไทยอีกแล้ว
เพราะผมจะโอนสัญชาติเป็นคนที่นั้น ในระหว่างนั้นผมได้ยินข่าวจากเพื่อนๆว่า แตงกวารอผมจนพ่อของแตงกวายกแตงกวาให้กับท็อป
และคงแต่งงานกันเร็วๆนี้ ก่อนวันที่ผมจะกลับไปต่างประเทศอีกครั้งและคงไม่กลับมา
ผมไปหาแตงกวาที่บ้าน และผมก็ชวนเธอไปที่ริมน้ำจากนั้นให้แหวนเธอแล้วบอกว่า \"แตงกวาพรุ่งนี้่หนุ่ยจะไปต่างประเทศแล้วนะ\"
\"แล้วหนุ่ยจะกลับมาเมื่อไรล่ะ\" \"หนุ่ยว่าหนุ่ยจะไม่กลับแล้วนะ เพราะหนุ่ยจะโอนสัญชาติเป็นคนที่นั้น\"
เพียงประโยคเดียวเธอก็ร้องไห้ ผมก็ปลอบเธอ แล้วเธอก็พูดขึ้นมาว่า\"หนุ่ย แตงกวาชอบหนุ่นนะ ชอบมาตั้งนานแล้วตั้งแต่วันที่เราพบกันครั้งแรก
จนตอนนี้แตงกวารักหนุ่ยนะ อย่าจากแตงกวาไปเลย\" ผมปฏิเสธไปแล้วมอบแหวนให้แตงกวาจากนั้นก็มองหน้าแตงกวาครั้งสุดท้าย
แล้วเดินออกมาอย่างฝืนใจ
ในคืนนี้ผมคงมาดูดาวที่ริมน้ำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะไปต่างประเทศ
ผมได้หยิบไดอารี่ของผมและของแตงกวาที่ให้ผมไปอ่าน ปรากฏว่าเธอได้บันทึกว่า เธอชอบผมตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน
แต่ไม่กล้าพูดออกมากลัวจะเสียผมไป สิ่งที่ผมได้อ่านนั้นผมซึ้งใจมาก ตลอดระยะ 10
ปีที่เรารู้่จักกัน ต่างคนก็ต่างเก็บความลับไว้กับตัวเองไม่เปิดเผยออกมา
จนกระทั่งวันสุดท้ายที่จากกันผมได้รู้ว่าแตงกวารักผมมาก และแตงกวาเองก็รู้ว่าผมก็ชอบเธอมากเช่นกัน
ในคืนนี้ผมนั่งดูดาวคนเดียวอย่างสงบ และดาวก็สวยกว่าทุกวันที่ผมได้มายืนมอง
และหากจะสวยกว่านี้ คงจะต้องมีเธอคนนั้นมายืนอยู่กับผมด้วย
หมู่ดาวบนท้องฟ้าคงจะส่องแสงสุกสว่าง แต่วันนี้ผมคงมาดูดาวคนเดียวที่นี้เป็นวันสุดท้าย
และคงจะไม่ได้มาดูอีกแล้ว เพราะผมเก็บการเดินทางที่ผมเดินจากวันนั้นจนถึงวันนี้ไว้ในความทรงจำ
และคงจะฝากไว้กับหมู่ดาว สายน้ำที่ไหลอย่างเงียบสงบริมแม่น้ำเจ้าพระยา...ลาก่อนแตงกวา สาวน้อยผู้น่ารักในดวงใจของผู้ชายเซอๆคนนี้..ฯ

No comments:
Post a Comment